Back

หลักการและเหตุผล

ประเทศไทยนำหลักการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ตามระบบลุ่มน้ำมาใช้เพื่อบูรณาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและมุ่งให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยนำหลักการจัดการพื้นที่ลุ่มน้ำ ทั้งการวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินที่เหมาะสมกับคุณสมบัติของดินและสมรรถนะที่ดิน การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและการควบคุมมลพิษเพื่อให้เป็นระบบนิเวศทางธรรมชาติที่เอื้อต่อการคุ้มครองรักษาความสมดุลของระบบนิเวศลุ่มน้ำทั้งตอนบน ตอนล่าง และตอนกลาง ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบกับการกำหนดชั้นคุณภาพลุ่มน้ำของประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528-2538 โดยจำแนกพื้นที่ลุ่มน้ำออกเป็น 5 ระดับชั้นคุณภาพ ตามความสำคัญในการควบคุมระบบนิเวศและความอ่อนไหวต่อการพัฒนาของลุ่มน้ำหลัก พร้อมกำหนดมาตรการการใช้ที่ดินในแต่ละชั้น ให้ถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการและศักยภาพของพื้นที่ โดยให้ความสำคัญกับการควบคุมดูและการใช้ประโยชน์พื้นที่ลุ่มน้ำ และใช้เป็นกรอบสำหรับการปฏิบัติงานของหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องซึ่งตลอด 3 ทศวรรษที่ผ่านมา การดำเนินนโยบายกำหนดชั้นคุณภาพลุ่มน้ำประสบความสำเร็จในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในระดับหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีปัจจัยที่เร่งให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น อาทิ เช่น การเร่งรัดพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับการเชื่อมโยงในระดับภูมิภาคทำให้มีการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ลุ่มน้ำอย่างขาดประสิทธิภาพ มีการละเลยไม่ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีซึ่งมีการกำหนดมาตรการการใช้ที่ดินไว้ตามหลักวิชาการจนทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศลุ่มน้ำ อาทิ ป่าไม้ในระบบนิเวศต้นน้ำถูกทำลาย ปราศจาก สิ่งปกคลุมดิน มีการใช้ประโยชน์ที่ดินโดยไม่คำนึงถึงการอนุรักษ์ดิน น้ำ และสมรรถนะของที่ดิน มีการขยายชุมชนไปสู่พื้นที่ที่เหมาะสมกับการเกษตรรวมถึงพื้นที่ชุ่มน้ำ จนส่งผลกระทบต่อปริมาณ คุณภาพ และระยะเวลาการไหลของน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำ จนเกิดเป็นปรากฏการณ์ต่าง ๆ ขึ้น เช่น การเกิดอุทกภัยอย่างฉับพลัน มีน้ำไหลหลากในฤดูฝน แต่เกิดการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพและการดำรงชีวิตของชุมชนในระบบนิเวศลุ่มน้ำ

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงได้ดำเนินโครงการจัดทำระบบจำแนกสถานภาพลุ่มน้ำของประเทศไทย (Watershed Condition Classification) ขึ้นเพื่อตรวจสอบโครงสร้างและหน้าที่ของระบบนิเวศลุ่มน้ำ ให้มีองค์ประกอบที่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ตามสมรรถนะของระบบนิเวศลุ่มน้ำให้มีองค์ประกอบที่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ตามสมรรถนะของระบบนิเวศลุ่มน้ำ และป้องกันไม่ให้เกิดการพัฒนาที่ไม่สมดุลในระหว่างด้านเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเพื่อพัฒนาเครื่องมือประกอบการตัดสินใจ ที่สามารถบ่งบอกถึงสถานการณ์และสภาพปัญหาของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ลุ่มน้ำ เพื่อให้ผู้บริหาร ตลอดจนภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการในพื้นที่ลุ่มน้ำสามารถใช้เป็นเครื่องมือประกอบการตัดสินใจและวางแผนการจัดการและแก้ไขปัญหาความวิกฤตของพื้นที่ลุ่มน้ำได้อย่างถูกต้องตามสถานการณ์และเป็นระบบ โดยกำหนดเป้าหมายระยะแรกในปีงบประมาณ 2559 ครอบคลุมลุ่มน้ำหลักทั่วประเทศ และจะดำเนินการในระดับลุ่มน้ำสาขาและลุ่มน้ำย่อยในปีถัดไป

วัตถุประสงค์โครงการ

1.  เพื่อจัดทำหลักเกณฑ์และวิธีการจำแนกสภาพสถานลุ่มน้ำของประเทศไทย

2.  พัฒนาระบบการรวบรวม สังเคราะห์ จัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลตามตัวบ่งชี้สถานภาพลุ่มน้ำ

3.  จัดทำคู่มือเทคนิคการจำแนกสถานภาพลุ่มน้ำ (Watershed Condition Framework) ซึ่งประกอบด้วยรายละเอียดปัจจัย และเกณฑ์สำหรับการจำแนกสถานภาพพื้นที่ลุ่มน้ำของประเทศไทยที่ครอบคลุมทุกด้านขั้นตอนการจำแนกสถานภาพลุ่มน้ำ แนวทางการจัดลำดับความสำคัญของพื้นที่ลุ่มน้ำที่ควรได้รับการฟื้นฟูเป็นลำดับแรก แนวทางและมาตรการฟื้นฟูลุ่มน้ำแต่ละสถานภาพ แนวทางการติดตามตรวจสอบการดำเนินการตามมาตรการ

เป้าหมาย

1.   เป้าหมายเชิงผลผลิต

       · หลักเกณฑ์และวิธีการในการจำแนกสถานภาพพื้นที่ลุ่มน้ำของประเทศไทย ที่สามารถใช้เป็นเครื่องมือประกอบการจัดการเชิงพื้นที่

       · ระบบการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลตามตัวบ่งชี้สถานภาพลุ่มน้ำ

       · คู่มือเทคนิคการจำแนกสถานภาพลุ่มน้ำ

2.  เป้าหมายเชิงพื้นที่หรือกลุ่มเป้าหมาย 

       · พื้นที่ลุ่มน้ำหลักของประเทศไทย 25 ลุ่มน้ำ