Back
การจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชน
การจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชน ครอบคลุมขอบเขตการดำเนินงานในส่วนของการศึกษาเพื่อกำหนดกรอบการพัฒนาพื้นที่ที่มีความเหมาะสมกับหลักการบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่า และกำหนดทางการพัฒนาเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวในรูปแบบ ทางธรรมชาติเชิงสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน โดยดำเนินงานจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนในลักาณะของการประชุมชี้แจงรายละเอียดโครงการ จำนวน 3 ครั้ง ได้แก่ จังหวัดลพบุรี 1 ครั้ง จังหวัดชัยภูมิ 1 ครั้ง และจังหวัดเพชรบูรณ์ 1 ครั้ง ตลอดจนจัดกิจกรรมการประชุมรับฟังความคิดเห็นในขอบเขตการดำเนินงานการจัดทำข้อเสนอในการบริหารจัดการด้วย
 
 

แนวทางการดำเนินกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชน

1) ดำเนินงานกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนให้เป็นไปตาม...

     - ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ.2548 (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 29 ก.ค. 2548)

     - แนวทางการมีส่วนของประชาชน ในกระบวนการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)

2) เผยแพร่ข้อมูลโครงการให้เป็นที่รับรู้อย่างชัดเจน และทั่วถึงและครอบคลุมทั่วทั้งพื้นที่เพื่อสร้างความเข้าใจต่อโครงการและการดำเนินงานของกรมทางหลวงชนบท

3) เปิดโอกาสให้ภาคีที่เกี่ยวข้องได้มีส่วนร่วมให้ข้อคิดเห็นตลอดการดำเนินงานของโครงการ เพื่อนำมาเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและพัฒนาโครงการได้สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการ

 

สรุปผลการดำเนินกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชน

การประชุมชี้แจงรายละเอียดโครงการ (สัมมนาครั้งที่ 1) ประกอบด้วย 3 เวที ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดชัยภูมิ โดยสามารถประมวลผลข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากกิจกรรมดังกล่าว ได้ดังนี้

     - กำหนดกฎระเบียบให้ชัดเจนปลูกฝังประชาชนท้องถิ่นให้เกิดความรัก ความห่วงแหนทรัพยากรธรรมชาติ

     - ควรคำนึงถึงธรรมชาติเป็นหลักมีการร่างกฎระเบียบต่างๆ

     - ต้องมีการจัดระบบให้ดีต้องไม่กระทบกับสิ่งแวดล้อมที่จะทำให้เสื่อมโทรมเร็วเกินไป

     - นำแนวคิดและรูปแบบจากต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับ

     - เสนอให้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบและดำเนินการอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

     - อยากให้มองนอกเหนือจากการทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว ให้มองเรื่องการอนุรักษ์และความสมดุลของธรรมชาติไม่รบกวนสัตว์/ธรรมชาติ

     - ควรให้ชุมชมที่อยู่ติดพื้นที่มีส่วนร่วมและสำรวจความต้องการ

     - ในการออกแบบ วางผัง ควรประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้มีส่วนร่วมในการกำหนดขอบเขตให้ชัดเจน

     - จัดวางแผนการท่องเที่ยวแบบต่อเนื่อง

     - เป็นการเพิ่มแหล่งท่องเที่ยว เพิ่มสัตว์ป่า เพิ่มรายได้

     - เร่งดำเนินการตามขั้นตอนให้เกิดประโยชน์สูงสุด

     - อาจต้องมีระบบบริหารจัดการในการกำกับดูแล ควบคุมการใช้ประโยชน์อย่างเคร่งครัด

  

การประชุมกลุ่มย่อยระดับท้องถิ่น (กลุ่มย่อย) ซึ่งเป็นการนำเอาผลการศึกษา สำรวจรูปแบบการพัฒนาพื้นที่ทัศนศึกษาธรรมชาติเชิงสัตว์ป่าซับลังกา เพื่อการเรียนรู้ทางธรรมชาติอย่างยั่งยืน ร่วมประชุมหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ในช่วงวันที่ 30 เมษายน-4 พฤษภาคม  2561 ประกอบด้วย 14 เวที ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดชัยภูมิ โดยสามารถประมวลผลข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากกิจกรรมดังกล่าว ได้ดังนี้

ด้านธรรมชาติ สัตว์ป่า และสิ่งแวดล้อม

     - เรื่องการจัดการขยะ ควรมีระบบการจัดการ มาตรการในด้านความสะอาด การกำจัดขยะถูกต้องตามสุขลักษณะ และเตรียมความพร้อมรับมือกับปริมาณขยะที่เพิ่มมากขึ้น และสร้างจิตสำนึกนักท่องเที่ยวในการทิ้งขยะ เพื่อป้องกันสัตว์ป่ากินขยะที่ก่อให้เกิดอันตราย

     - เรื่องความปลอดภัย ควรมีศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยภายในเขต เนื่องจากพื้นที่ห่างไกลจากโรงพยาบาล และควรมีเสาสัญญาณโทรศัพท์ รองรับเหตุการณ์การฉุกเฉิน เข่น การหลงป่า เพื่อการประสานได้รวดเร็ว

     - ช้างมีการเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ หากแหล่งอาหารไม่เพียงพอ ทำให้ออกมาหากินภายในพื้นที่เกษตรกรรม ควรมีการสร้างแหล่งอาหาร หรือควบคุมการเพิ่มประชากรช้าง

ด้านศักยภาพของชุมชน

     - พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ขอบเขตการบริการจึงค่อนข้างจำกัด เช่น ที่พัก ร้านอาหาร ต้องมีการทำความเข้าใจในขอบเขตของกฎหมายด้วย

     - ประชาชนภายในพื้นที่ ขาดประสบการณ์ด้านการรองรับการท่องเที่ยว ควรมีการจัดอบรมให้ความรู้ และศึกษาดูงาน เพื่อให้เกิดความเข้าใจและดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้อง

     - ข้อกังวล คือ สาธารณูปโภค เรื่องน้ำ ไฟ โดยเฉพาะเรื่องไฟฟ้า ปัจจุบันยังมีปัญหาอยู่

ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน

     - รูปแบบการทำโฮมสเตย์ ต้องส่งเสริมด้านการเรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชนเข้าไปด้วย เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ของชุมชน เช่น การทำอาหารพื้นเมือง กิจกรรมการปลูกอ้อย การขี่รถไถ การพายเรือในอ่างเก็บน้ำห้วยประดู่

     - ส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในด้านการบริการนักท่องเที่ยว ควบคู่กับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา และหน่วยงานต่างๆ ภายในชุมชน เช่น การรับส่งนักท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ท้องถิ่น

     - ให้ชาวบ้านเพาะพันธุ์ไม้ท้องถิ่นนำมาจำหน่ายเพื่อให้นักท่องเที่ยวซื้อเข้าไปปลูกภายในเขตซับลังกา โดยมีพื้นที่ขาย ถือเป็นการเพิ่มกิจกรรมการท่องเที่ยวและเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติ 1 คน ต่อ 1 ต้น และคือ อุปกรณ์การทำโป่งช้าง แร่ธาตุอาหาร และพืชอาหารสัตว์ กล้วย อ้อย

ด้านการประชาสัมพันธ์

     - ควรมีป้ายบอกทางตามระยะทางต่าง ๆ มีการส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้นกว่าเดิม

     - ควรเสริมเรื่องเทคโนโลยีเข้าไปในการท่องเที่ยวด้วย เช่น QR code รองรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ สำหรับการอธิบายจุดต่าง ๆ เป็นภาษาอังกฤษ

ด้านการออกแบบสถาปัตยกรรม

     - ควรมีพิพิธภัณฑ์ แหล่งเรียนรู้ เรื่องพันธุ์พืชท้องถิ่นต่าง ๆ พันธุ์ผีเสื้อ เป็นต้น

     - การออกแบบสถาปัตยกรรม ควรทำให้กลมกลืนกับธรรมชาติ

     - เรื่องรั้วหรือสิ่งกีดขวางป้องกันช้างออกนอกพื้นที่ป่า ควรครอบคลุมและแข็งแรง

ด้านการเชื่อมโยงการท่องเที่ยว

     - การท่องเที่ยวอ่างเก็บน้ำห้วยประดู่ ให้เสริมกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว เช่น กิจกรรมการนั่งรถอีแต๊กเข้าไปยังพื้นที่ห้วยประดู่ กิจกรรมการพายเรือภายในอ่างเก็บน้ำ ร้านอำนวยความสะดวกต่าง ๆ

     - ควรหาจุดเด่น เอกลักษณ์ของป่าซับลังกา เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว เช่น พืชสมุนไพร ธรณีวิทยา การตั้งถิ่นฐาน ความเป็นมา เรื่องเล่าต่างๆ

     - สำรวจแหล่งท่องเที่ยวภายในชุมชนรอบ ๆ พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ซับลังกา เพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวให้หลากหลายมากขึ้น เช่น ถ้ำ น้ำตก แปลงดอกดาวเรือง

 

 

 การประชุมรับฟังความคิดเห็น (สัมมนาครั้งที่ 2) สรุปผลการศึกษาโครงการ สรุปผลการศึกษาของโครงการ เพื่อนำเสนอผลการศึกษาโครงการด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม ด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายมีส่วนร่วมเสนอความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ต่อผลการศึกษาโครงการ เพื่อนำไปปรับปรุงรายงานให้สมบูรณ์ และเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบข้อมูลอย่างทั่วถึง ประกอบด้วย 3 เวที ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดชัยภูมิ โดยสามารถประมวลผลข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากกิจกรรมดังกล่าว ได้ดังนี้

     - ควรมีการกำหนดเขตพื้นที่ให้ชัดเจน เช่น พื้นที่สีชมพู: เขตชุมชน พื้นที่สีม่วง: เขตอุตสาหกรรม, พื้นที่สีเขียว: เขตป่าไม้ รวมไปถึงการดำเนินการให้ความสะดวกต่างๆ เช่น ไฟฟ้า, ประปา และการออกแบบสถาปัตยกรรม ควรทำให้กลมกลืนกับธรรมชาติ

     - ควรมีการส่งเสริมรายได้ให้กับชุมชนและพัฒนาความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่น

     - ควรสร้างกิจกรรมให้เด็กเดินป่าใช้ชีวิตกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้นและปลูกฝังให้รักบ้านเกิดของตัวเองด้วยหลักสูตรท้องถิ่น

     - เสนอให้สร้างเต็นท์แทนการสร้างที่พักอาศัยแบบถาวรเพื่อไม่ขัดกับข้อกฏหมาย และไม่มีผลกระทบต่อสัตว์ป่า

     - ควรประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้นให้คนไกลได้รับรู้ เพราะระยะทางเข้ามาค่อนข้างไกลและลำบาก ส่งเสริมให้นำกุ้งก้ามกรามมาเลี้ยงเพาะพันธุ์และขายเพื่อสร้างรายได้ให้กับคนในท้องถิ่น

     - ควรมีการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวกลับไปแล้วอยากมาอีก สร้างความประทับใจให้พวกเขาและสร้างรูปแบบให้ติดตลาดโดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ

     - ไม่ควรนำสัตว์นอกพื้นที่เข้ามาปล่อยเพราะจะรุกรานสัตว์เดิม และจัดให้มีการอบรม volunteer แนะนำนักท่องเที่ยวเรื่องป่า

     - ส่งเสริมให้คนในพื้นทีมีความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและรักถิ่นฐานของตนไม่ให้ทิ้งบ้านเกิด

     - ควรสร้างจิตสำนึกให้ชาวบ้านรักบ้านเกิด และหวงแหนสิ่งที่มีอยู่ และช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้กับชาวบ้าน

     - เรื่องระยะเวลาเปิด-ปิด ของสถานที่ มีช่วง Low หรือ High Season ในเดือนไหน เพื่อทำ Timeline ว่าใน 1 ปี (12 เดือน) เดือนไหนจะมีกิจกรรมอะไรให้นักท่องเที่ยวได้ทำกิจกรรมบ้าง

     - กังวลเรื่องพื้นที่ในการเปิดให้เข้าชม/ทัศนศึกษา ควรกวดขันให้เข้มข้นตั้งแต่ต้น เพราะกลัวเรื่องการบุกรุกพื้นที่ป่า

     - แหล่งท่องเที่ยวควรเตรียมความพร้อมและรองรับเรื่องการศึกษาและการท่องเที่ยว และสิ่งอำนวยความสะดวกให้เพียงพอแก่นักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยวที่เข้าชม เช่น ประปา, ไฟฟ้า, การสื่อสาร, ห้องน้ำ เป็นต้น

     - ส่งเสริมให้ปลูกพืชไร่ฟื้นฟูพื้นที่ป่าซับลังกา ให้ชุมชนช่วยกันปลูกพืชไร่เพื่อเป็นอาหารให้กับสัตว์ป่า เพื่อสร้างรายได้

     - เรื่องการพัฒนา ควรเน้นการพัฒนาแบบยั่งยืน รักษาสมดุลสิ่งแวดล้อม, บทบาททางกายภาพ, สังคม, ชุมชนต่อสภาพแวดล้อม

     - การประชาสัมพันธ์/วิถีอารยธรรมต่างๆ เช่น แม่น้ำ วัฒนธรรม ให้เชื่อมโยงกับป่าในแต่ละพื้นที่ เพื่อเป็นเอกลักษณ์

     - เศรษฐกิจต้องส่งเสริมทั้งรายได้และพาณิชย์ ควรแบ่งบริหารจัดการเป็นสัดส่วนและไม่ให้มีผลกระทบกับสัตว์ในพื้นที่ และชุมชนในพื้นที่

     - ควรศึกษาเกี่ยวกับ universal design เพื่อป้องกันปัญหาผลกระทบสัตว์ป่า ส่วนของ skywalk ควรคำนึงถึงงบประมาณ โซนพื้นที่ และออกแบบให้คำนึงถึงผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ เพื่อเปิดโอกาสและความเท่าเทียม

     - การท่องเที่ยวธรรมชาติต้องคำนึงผลกระทบต่อธรรมชาติ กิจกรรมต่างๆต้องคงรูปการอนุรักษ์สัตว์ป่าอยู่ ควรประชาสัมพันธ์ให้คนในพื้นที่ได้รับรู้และเพื่อเรียนรู้และสร้างความเข้าใจ นำไปเผยแพร่ได้

     - จัดระบบศึกษา เข้าค่าย ทัศนศึกษา ให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการให้ความรู้ เช่น อาหารพื้นบ้าน ส่งเสริมให้เด็กเห็นคุณค่าของทรัพยาการธรรมชาติ

     - เรื่องสุขาภิบาล ห้องน้ำ ควรดูแลสุขอนามัยที่ดี เพื่อให้เป็นเรื่องที่น่าประทับใจ และโฮมสเตย์ไม่ควรรุกล้ำพื้นที่ธรรมชาติ และควรส่งเสริมให้ความรู้ด้านธรรมชาติกับชุมชน

     - เสนอเรื่องปัญหาการจัดการขยะ ควรนำข้อมูลที่ถูกต้องมาอบรมให้ชาวบ้าน

 
Share