Back
การศึกษาเพื่อกำหนดกรอบการพัฒนาพื้นที่
การศึกษาเพื่อกำหนดกรอบการพัฒนาพื้นที่ที่มีความเหมาะสมกับหลักการบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่า และกำหนดทางการพัฒนาเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวในรูปแบบทางธรรมชาติเชิงสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน ครอบคลุมขอบเขตการดำเนินงานศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การวิเคราะห์ทิศทางและแนวโน้มการพัฒนาของพื้นที่ทั้งทางด้านกายภาพ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคมฯ การศึกษา รวบรวม ทบทวนกรณีตัวอย่าง รูปแบบ และกิจกรรมการพัฒนาด้านการเรียนรู้ศึกษาธรรมชาติ การวิเคราะห์และกำหนดกรอบการพัฒนาพื้นที่ ที่มีความเหมาะสมกับหลักการบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่า ตลอดจนประชุมชี้แจงรายละเอียดโครงการ จำนวน 3 ครั้ง ได้แก่ จังหวัดลพบุรี 1 ครั้ง จังหวัดชัยภูมิ 1 ครั้ง และจังหวัดเพชรบูรณ์ 1 ครั้ง
 
 

1. ขั้นตอนและกระบวนการดำเนินงาน

การดำเนินงานโครงการท่องเที่ยวอารยธรรมวิถีไทยลุ่มน้ำเจ้าพระยาป่าสัก กิจกรรม พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญใน 4 จังหวัด กิจกรรมย่อย สำรวจ ออกแบบแปลน วางผัง พื้นที่ทัศนศึกษาธรรมชาติเชิงสัตว์ป่าซับลังกา เพื่อการเรียนรู้ทางธรรมชาติอย่างยั่งยืน มีขอบเขตงานตั้งแต่การศึกษาเพื่อกำหนดกรอบการพัฒนาพื้นที่ที่มีความเหมาะสมกับหลักการบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่า และกำหนดแนวทางการพัฒนาเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวในรูปแบบทางธรรมชาติเชิงสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน การศึกษารูปแบบการพัฒนาศักยภาพแหล่งศึกษาเรียนรู้ทางธรรมชาติเชิงสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน การสำรวจและออกแบบรายละเอียดเพื่อการพัฒนาแหล่งศึกษาเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติเชิงสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน และงานการจัดทำข้อเสนอในการบริหารจัดการ โดยผ่านกระบวนการการมีส่วนร่วมโดยการดำเนินการจัดการประชุมเพื่อชี้แจงรายละเอียดโครงการ และรับฟังความคิดเห็นในขั้นตอนการดำเนินการต่าง ๆ อย่างเหมาะสม โดยมีขั้นตอนการดำเนินงานดังผังต่อไปนี้

สภาพพื้นที่ตั้งโครงการ

ที่ตั้งของจังหวัดลพบุรี เป็นจังหวัดในเขตพื้นที่ภาคกลางตอนบน มีเนื้อที่ประมาณ 6,199.753 ตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ 3,874,846 ไร่ มีพื้นที่เป็นลำดับที่ 37 ของประเทศ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สภาพภูมิประเทศ แบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย

ส่วนที่ 1 : พื้นที่ด้านตะวันตกของจังหวัดเป็นพื้นที่ราบลุ่ม คิดเป็นร้อยละ 30 ของพื้นที่จังหวัด มีระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 30 - 50 ม.

ส่วนที่ 2 : พื้นที่ด้านตะวันออกของจังหวัดมีลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบสลับเนินเขาและภูเขา คิดเป็นร้อยละ 70 ของพื้นที่จังหวัด มีระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 160 - 580 ม.

 

แหล่งท่องเที่ยว

ทรัพยากรป่าไม้ มีป่าสงวนแห่งชาติอยู่ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี 4 แห่ง

1) ป่าซับลังกา อยู่ในท้องที่ อ.ชัยบาดาล และ อ.ลำสนธิ เนื้อที่ 398.38 ตร.กม เป็นป่าที่มีความสมบูรณ์ที่สุดของจังหวัดลพบุรี
2) ป่าวังเพลิง ป่าม่วงค่อมและป่าลำนารายณ์ อยู่ในอ.ชัยบาดาล อ.สระโบสถ์ อ.โคกเจริญ และ อ.โคกสำโรง เนื้อที่ 715.33 ตร.กม.
3) ป่าชัยบาดาล อยู่ใน อ.ชัยบาดาล อ.ท่าหลวง อ.พัฒนานิคม และ อ.ลำสนธิ เนื้อที่ 634.50 ตร.กม.
4) เขาเพนียด อยู่ใน อ.โคกสำโรง เนื้อที่ 27.96 ตร.กม.
นอกจากนี้ยังมีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อีก 1 แห่ง คือ  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา ในพื้นที่ อ.ลำสนธิ และมีเขตห้ามล่าสัตว์ป่า 3 แห่ง ได้แก่ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาสมโภชน์และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในพื้นที่อ.ชัยบาดาล และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาเอราวัณ ในพื้นที่อ.พัฒนานิคม
การใช้ประโยชน์ที่ดิน

เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าซับลังกา

ป่าซับลังกา  ได้รับประกาศขึ้นทะเบียนเป็นป่าสงวนแห่งชาติซับลังกา ตามประกาศกระทรวง ฉบับที่ 66 (พ.ศ. 2502) มีพื้นที่รวม 248,987.50  ไร่ ต่อมามีราษฎรเข้าครอบครองพื้นที่ที่เป็นที่ราบเกือบทั้งหมดจนถึงปี พ.ศ. 2528 จึงได้มีการอพยพราษฎรบางส่วน เข้าไปอยู่ในหมู่บ้านป่าไม้ของโครงการปรับปรุงป่าสงวนแห่งชาติป่าซับลังกา โดยกองจัดการที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ และดำเนินการปลูกป่าทดแทนส่วนที่ถูกบุกรุก กรมป่าไม้จึงได้ดำเนินการประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ในเนื้อที่ 96,875 ไร่ เพื่อรักษาป่าไม้และสัตว์ป่าให้ป่าผืนนี้คงอยู่ตลอดไป และได้มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดป่าซับลังกา เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2529 ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ หน้า 13 เล่มที่ 103 ตอนที่ 235 ลงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2529 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกาจึงมีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2530 ปัจจุบันพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติซับลังกามีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย

ส่วนที่ 1 : พื้นที่ป่าอนุรักษ์ เป็นส่วนพื้นที่ป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์

ส่วนที่ 2 : พื้นที่ป่าเศรษฐกิจ เป็นพื้นที่ส่วนที่มีการดำเนินการและมีการเข้าไปจัดทำใช้ประโยชน์

พื้นที่ทั้ง 2  ส่วนนี้ได้มีการกำหนดเขตพื้นที่ในโครงการต่างๆ ดังนี้

1. พื้นที่ทางตอนเหนือของป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า อาทิ ช้าง กวางป่า ละมั่ง เนื้อทราย เสือไฟ และนกนานาชนิด ได้ประกาศให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา มีเนื้อที่ประมาณ 96,875 ไร่

2. พื้นที่ตอนล่างของป่าไม้ จัดให้มีโครงการหมู่บ้านป่าไม้ของโครงการปรับปรุงป่าสงวนแห่งชาติป่าซับลังกา ในพื้นที่ 58,500 ไร่

3. พื้นที่ป่าเศรษฐกิจ ซึ่งทางกรมป่าไม้ได้มอบให้สำนักงาานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม มีพื้นที่ 82,775 ไร่

สภาพภูมิประเทศของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา เป็นที่ราบอยู่ในหุบเขา ล้อมรอบด้วยเทือกเขาเป็นรูปก้ามปู ด้านทิศตะวันออกถูกกั้นด้วยเทือกเขาพังเหย ทิศตะวันตกถูกกั้นด้วยเทือกเขารวก ความสูงจากระดับน้ำทะเล 140-846 เมตร ในเทือกเขาทั้งหมดประกอบด้วยยอดเขา คือ เขาเรดาร์ เขาทหาร เขาพังเหย เขาซับหวาย เขาผาแดง เขานกกก เขาน้ำดั้น เขาผาผึ้ง เขาไม้รวก เขาถ้ำพระ เขาผาไม้แก้ว เขาตะโก เขาอ้ายจัน และยอดเขาที่สูงที่สุด คือ ยอดเขาพังเหย สูง 846 เมตร จากระดับน้ำทะเล มีลำห้วยที่สำคัญหลายสาย ได้แก่ ห้วยกุดตาเพชร ห้วยหินลาว ห้วยสีดา ห้วยประดู่ ห้วยท่าแจง ห้วยใหญ่ ห้วยวังอิน ห้วยยาง ห้วยพลู ห้วยหนองกระโดน และห้วยลำสนธิ

แหล่งความงามตามธรรมชาติ

เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา ตามเทือกเขารวก เป็นภูเขาสลับซับซ้อน ประกอบด้วยป่าค่อนข้างสมบูรณ์ ความงามส่วนใหญ่จึงเป็นทิวทัศน์ของป่าเขาลำเนาไพร และสภาพสังคมพืชที่แปลกตา แต่ก็มีจุดเด่นที่น่าสนใจ เช่น

1) นํ้าตกสามสาย เป็นน้ำตกขนาดเล็ก อยู่ด้านทิศเหนือของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา ใกล้กับหน่วยพิทักษ์ป่าต้นนํ้าลำสนธิ

2) นํ้าตกผาผึ้ง เป็นน้ำตกขนาดกลาง ฤดูฝนจะมีน้ำไหลแรง ส่วนฤดูร้อน ปริมาณนํ้าจะน้อยลง

3) ถํ้าผาผึ้ง มีหินงอกหินย้อย และมีรังของผึ้งหลวงอาศัยอยู่

4) เขาผาแดง ถ้ำผานกกก ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของเลียงผา และค้างคาวชนิดต่างๆ

5) เขาจันทน์ผา ซึ่งมีต้นจันทน์ผาขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก

6) จุดชมวิวยอดเขาพังเหย และผาส่งตะวัน สามารถมองทิวทัศน์ด้านอำเภอวิเชียรบุรี และอำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ จุดชมวิวผารับตะวัน ผาเข้าไม้แก้ว เป็นต้น

 
Share