Back
การศึกษารูปแบบการพัฒนาศักยภาพแหล่งศึกษาเรียนรู้ทางธรรมชาติเชิงสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน
การศึกษารูปแบบการพัฒนาศักยภาพแหล่งศึกษาเรียนรู้ทางธรรมชาติเชิงสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน ครอบคลุมขอบเขตกาดำเนินงาน ได้แก่ การสำรวจพื้นที่ตลอดจนสภาพของพื้นที่ทั้งทางกายภาพ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาพการใช้ประโยชน์ เศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนการกำหนดแนวทางการพัฒนาแหล่งศึกษาเรียนรู้และแหล่ง ท่องเที่ยว ในรูปแบบทางธรรมชาติอย่างยั่งยืนที่เหมาะสม
 
 

ศึกษารูปแบบการพัฒนาศักยภาพแหล่งศึกษาเรียนรู้ทางธรรมชาติเชิงสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน

1) สำรวจพื้นที่ทั้งทางกายภาพ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาพการใช้ประโยชน์ เศรษฐกิจและสังคม

     การสำรวจความโดดเด่นเพื่อจัดพื้นที่ดำเนินการ

     ข้อมูลพื้นฐานของพื้นที่โครงการและพื้นที่โดยรอบ ได้ดำเนินการสำรวจภาคสนามเมื่อวันที่ 17-18, 30 พฤศจิกายน และ1-2 ธันวาคม 2560 โดยมีรายละเอียดดังนี้

     (1) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกาที่ทำการตั้งอยู่หมู่ที่ 7 (บ้านวังเชื่อม) ตำบลกุดตาเพชร อำเภอลำสนธิจังหวัดลพบุรี

     (2) แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญภายในพื้นที่ศึกษา แบ่งเป็น 3 พื้นที่หลัก ได้แก่

           (2.1) แหล่งท่องเที่ยวตอนล่างของพื้นที่ศึกษาเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพเพื่อรองรับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำห้วยประดู่ ถ้ำพระนอก และถ้ำสมุยกุย เดินทางทิศใต้

          (2.2) แหล่งท่องเที่ยวตอนกลางของพื้นที่ศึกษาเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพเพื่อรองรับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ สัตว์ป่า ประกอบด้วย ถ้ำทะลุมิติ (ชื่อสมมติเนื่องจากยังไม่มีชื่อ) จุดชมวิวผาไม้แก้ว ผาผึ้ง น้ำตกผาผึ้ง จุดชมวิวผาแดง ซับหวาย ผาน้ำย้อย ผาสุดแผ่นดิน มีเส้นทาง 4 เส้นทาง ดังนี้  • เส้นทางที่ 1 ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกาถึงผาไม้แก้ว • เส้นทางที่ 2 ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา – จุดชมวิวผาเขากลาง • เส้นทางที่ 3 ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา – ผาผึ้ง –ผาแดง • เส้นทางที่ 4 หน่วยพิทักษ์ป่าชั่วคราวซับหวาย – ผาน้ำย้อย

           (2.3) แหล่งท่องเที่ยวตอนบนของพื้นที่ศึกษาเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพเพื่อรองรับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ สัตว์ป่า ประกอบด้วย น้ำตกสามสาย และจุดชมวิวต้นน้ำ

การสำรวจความโดดเด่นด้านลักษณะทางธรณีวิทยา อุทกวิทยาและภูมิลักษณ์ แบ่งเป็น 3 โซนหลัก ได้แก่

    (1) พื้นที่เขตหินปูนยุคเพอร์เมียน (250 ล้านปี) ได้แก่ พื้นด้านตะวันตกบริเวณแนวเขารวก วางตัวแนวเหนือ-ใต้ มีหินปูนซึ่งเป็นตะกอนทะเลเป็นหลัก สร้างภูมิประเทศแบบหน้าผาและถ้ำที่สวยงาม มีหินดินดานแทรกสลับชั้นบางส่วน ตั้งอยู่บนแผ่นอนุทวีปชานไทย ที่เป็นที่พื้นที่ภาคกลางในปัจจุบัน

    (2) พื้นที่หินทรายยุคจูแรสซิก (150 ล้านปี) หินทรายยุคจูแรสซิก (อายุประมาณ 150 ล้านปี) ได้แก่ เทือกเขาพังเหย ซึ่งเป็นขอบด้านทิศตะวันออกของพื้นที่ศึกษา วางตัวแนวเหนือ-ใต้ ประกอบด้วยหินทรายที่พบได้โดยทั่วไปในภาคอีสาน ตั้งอยู่บนแผ่นอนุทวีปอินโดจีน ที่เป็นที่พื้นที่ภาคอีสานในปัจจุบัน ยกตัวขึ้นหลังจากการเคลื่อนที่เข้าชนโดยอนุทวีป ฉาน-ไทย สร้างหน้าผาสูงชันลาดเทไปทางทิศตะวันออก (ลำน้ำไหลจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก)

    (3) พื้นที่หินอัคนียุคครีเทเชียส (65 ล้านปี) ได้แก่ พื้นที่ตอนกลางของพื้นที่ศึกษา ประกอบด้วย หินกรวดเหลี่ยมภูเขาไฟเป็นส่วนใหญ่ แทรกสลับเป็นเนินเตี้ยๆ มีลักษณะชัน วางตัวแนวเหนือ-ใต้ แทรกตัวตามรอยแตกของเปลือกโลกหลังการชนกันของอนุทวีปฉานไทยกับอินโดจีน บริเวณที่พบได้แก่ ผากลาง (ผารับตะวัน) เขาหินลาว เป็นต้น

ภูมิประเทศโดดเด่น การชนกันของแผ่นเปลือกโลกย่อยเก่ากับแผ่นเปลือกโลกย่อยใหม่ ก่อให้เกิดลักษณะภูมิประเทศที่โดดเด่น และลักษณะทางธรณีวิทยาที่แตกต่างกันมาก อีกทั้งการเกิดหินธารลาวาภูเขาไฟแทรกระหว่างกลาง ทำให้เกิดภูมิประเทศโดดเด่น 3 รูปแบบ คือ

การสำรวจทรัพยากรป่าไม้ และสัตว์ป่า

ทรัพยากรป่าไม้ ในการศึกษาด้านป่าไม้ ทำการศึกษาใน 2 มิติ คือ มิติด้านความหลากหลายของชนิดพรรณไม้ โดยการเดินสำรวจตามแนวสำรวจที่กำหนดไว้ และมิติด้านนิเวศวิทยาป่าไม้ โดยการวางแปลงสำรวจปริมาณพรรณไม้ในป่าแต่ละประเภท ได้ดำเนินการสำรวจในช่วงวันที่ 20-24 ธันวาคม 2560

ทรัพยากรสัตว์ป่า ประกอบไปด้วยชนิดสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติในพื้นที่โดยรอบโครงการ ซึ่งประกอบด้วยสัตว์ป่า 4 กลุ่มที่สำคัญ ได้แก่ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์จำพวกนก สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และ สัตว์เลื้อยคลาน ทั้งยังรวมไปถึงการศึกษาถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า  พืชอาหารของสัตว์ป่า และลักษณะสภาพแวดล้อมบางสภาพที่เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ป่า ตลอดจนข้อมูลที่บ่งชี้ความสำคัญของสัตว์บางชนิดในด้านนิเวศ และในด้านการเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุกรรมสัตว์ในพื้นที่ศึกษา พร้อมทั้งระบุตำแหน่งโดยใช้อุปกรณ์บันทึกพิกัด (GPS) ได้ดำเนินการสำรวจในช่วงวันที่ 20-24 ธันวาคม 2560

2) แนวคิดการบริหารจัดการ ประกอบด้วย 5 ส่วนคือ

     2.1)  การท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติทั่วไป

              -  การเรียนรู้ธรรมชาติ

              -  การพักฟื้นผืนป่า

              -  การค้างแรมในพื้นที่

              -  โฮมสเตย์

              -  ยุวมัคคุเทศก์  

     2.2)  ระบบนิเวศลุ่มน้ำป่าสัก

              -  ระบบนิเวศแหล่งน้ำ

              -  สถานภาพลุ่มน้ำ

     2.3)  ระบบนิเวศเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา

     2.4)  ชุมชนเขตกันชน 3 กม. รอบเขตซับลังกา

              -  การสำรวจทัศนคติ

              -  การประเมินสถานภาพความอ่อนไหว   (Sensitive) ต่อการเปลี่ยนแปลง

              -  การมีส่วนร่วมคิดร่วมทำของชุมชน

     2.5)  การผนวกผืนป่า/การเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว

 

3) กำหนดแนวทางการพัฒนาแหล่งศึกษาเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวในรูปแบบทางธรรมชาติอย่างยั่งยืนที่เหมาะสม

     โดยศึกษามาตรฐานการท่องเที่ยวแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติเชิงสัตว์ป่าซับลังกา เป็นแบบอย่างสำหรับหน่วยงาน องค์กร สถาบัน และผู้ที่เกี่ยวข้องในการเรียนรู้เกี่ยวกับการประกอบกิจกรรมการเดินป่า และสร้างความเข้าใจทรัพยากรการท่องเที่ยวตามธรรมชาติของแหล่งท่องเที่ยว โดยมีวัตถุประสงเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว (สพท.))

     -  มาตรฐานการกิจกรรมการเดินป่า

     -  มาตรฐานกิจกรรมดูพรรณไม้

     -  มาตรฐานกิจกรรมส่องสัตว์

 
Share