Back

โครงการศึกษาเพื่อวางแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ระยะที่ 2  สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยสำนักงานประสานการจัดการ  การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในฐานะหน่วยงานประสานงานกลางกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change : UNFCCC) ได้จัดทำแผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ ซึ่งเป็นแผนระยะยาว 36 ปี (พ.ศ. 2558-2593) เพื่อใช้เป็นกรอบนโยบายในการกำหนดทิศทางของประเทศให้มุ่งสู่การมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมีการเติบโตแบบปล่อยคาร์บอนต่ำตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนภายในปี พ.ศ. 2593 โดยแผนแม่บทฯ ได้เสนอแนวทางการดำเนินงาน ด้านการลดก๊าซเรือนกระจก ด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และด้านการสร้างขีดความสามารถด้านการบริการจัดการ ซึ่งแนวทางการดำเนินงานด้านการปรับตัวที่เสนอไว้จำแนกตามรายสาขากิจกรรม ได้แก่ สาขาการจัดการน้ำ อุทกภัยและภัยแล้ง สาขาการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร สาขาการท่องเที่ยว สาขาสาธารณสุข สาขาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสาขาการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์

ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 สำนักงานประสานการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ทำการศึกษาและประเมินความเปราะบางจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Vulnerability assessment) ด้านต่างๆ ของประเทศไทยในเชิงพื้นที่รายภูมิภาคและรายจังหวัด และในรายสาขาในแต่ละพื้นที่ พร้อมทั้งจัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยง/พื้นที่เปราะบางของประเทศ จัดทำฐานข้อมูลสารสนเทศและภูมิสารสนเทศด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศตามผลการศึกษาดังกล่าว และจัดทำเอกสาร “ประเทศไทย: ผลกระทบ ความเสี่ยง ความเปราะบาง และแนวทางการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”

เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการดำเนินงานเพื่อวางแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 จึงจะใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ได้จากการศึกษาในโครงการปีที่ผ่านมา (ระยะที่ 1) เพื่อประกอบในการยกร่างแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (National Adaptation Plan: NAP) ซึ่งเป็นแผนที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับประเทศ แผนการปรับตัวดังกล่าวนี้     จะเป็นแผนที่คำนึงถึงปัญหาหรือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีลักษณะเฉพาะโดดเด่น ของแต่ละพื้นที่ หรือที่เกิดจากผลกระทบหลายด้านพร้อมกันในแต่ละพื้นที่ การวางแผนการปรับตัวระดับชาติ ที่ให้ความสำคัญถึงบริบทและปัญหาเฉพาะของพื้นที่ จะช่วยให้หน่วยงานในส่วนกลางและระดับพื้นที่ สามารถใช้เป็นกรอบหรือแนวทางในการวางแผนปฏิบัติการในสาขา/พื้นที่ของตนเองได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมยิ่งขึ้น ช่วยให้การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล มีความต่อเนื่อง ยั่งยืน เป็นรูปธรรม สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ สอดคล้องกับการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับภูมิภาคและนานาประเทศ และจะช่วยให้ประชาชนมีความพร้อมในการรับมือหรือปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ การมีแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ (National Adaptation Plan: NAP) ถือเป็นการดำเนินงานตามพันธกรณีภายใต้กรอบอนุสัญญา UNFCCC ด้วยเช่นกัน

วัตถุประสงค์

เป็นการยกร่างแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ จากข้อมูลที่ได้จากการศึกษาในระยะที่ 1 ร่วมกับนักวิชาการของสำนักงานประสานการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และคณะทำงานที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดตั้งขึ้น จัดทำ (ร่าง) แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติแบบการมีส่วนร่วม โดยจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนในทุกภูมิภาคของประเทศ ต่อแผนการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศแห่งชาติที่ได้ยกร่างขึ้น และปรับปรุงตามข้อเสนอแนะ ตลอดจนจัดทำฐานข้อมูลวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best practices) และสื่อสำหรับการประชาสัมพันธ์ถ่ายทอดแผนการปรับตัวที่ยกร่างขึ้นรวมถึงความรู้ที่เกี่ยวข้อง

เป้าหมาย

1. (ร่าง) แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ที่คำนึงถึงบริบทหรือลักษณะเฉพาะของพื้นที่และให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ภาคเอกชน และภาครัฐ

2. การประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อ(ร่าง)แผนการปรับตัวการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติที่มีองค์ประกอบครบทุกภาคส่วน ได้แก่ ภาคประชาชน ภาคเอกชน และภาครัฐ ในทุกภูมิภาคของประเทศ

3. สื่อสำหรับการถ่ายทอดแผนที่ง่ายต่อความเข้าใจ เช่น แผ่นภาพอินโฟกราฟิกส์ (Infographics)    แผ่นพับความรู้อย่างย่อเกี่ยวกับแผนการปรับตัวและความรู้ที่เกี่ยวข้องสำหรับภาคประชาชน