Back

หลักการและเหตุผล

ร่างพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) ได้กำหนดวิสัยทัศน์ของประเทศไทยไว้ว่า “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” หรือเป็นคติพจน์ประจำชาติว่า “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” โดยเฉพาะในด้านการท่องเที่ยว ได้ถูกกำหนดในยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันที่ประกอบด้วยแนวทางการพัฒนาภาคการผลิตและบริการ ซึ่งในด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวได้กำหนดให้มีการพัฒนาความหลากหลาย คุณภาพ และสร้างเอกลักษณ์การท่องเที่ยวไทย เพื่อให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญของการท่องเที่ยวโลกที่มีความเป็นมืออาชีพ และสร้างความประทับใจที่คุ้มค่ากับนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยต้องเน้นการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ สามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวที่สูงขึ้นให้กับประเทศในระยะยาวต้องเน้นการพัฒนาการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืน โดยไม่ก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ทำลายวิถีชีวิต และเอกลักษณ์ของชุมชน รวมทั้งพัฒนาเมืองท่องเที่ยวหลักที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละเมือง เพื่อเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาและกระจายโอกาสในการสร้างรายได้ไปสู่เมืองและชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง ในขณะเดียวกันต้องใช้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวให้เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น ผลิตภัณฑ์ชุมชน อุตสาหกรรมเกษตร เป็นต้น นอกจากนี้ ต้องใช้ความได้เปรียบเชิงที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค เพื่อพัฒนาการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวไทยกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งจะช่วยยกระดับให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องไปเที่ยว

ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) ได้กำหนดแนวทางการยกระดับฐานการผลิตและบริการเดิมให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น และการขยายฐานใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมควบคู่ไปกับด้วยเป็นเป้าหมายที่สำคัญ โดยที่แนวทางการพัฒนาตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) ได้กำหนดแนวทางในการพัฒนาให้เป็นฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์มูลค่าสูง ซึ่งมีแนวทางการพัฒนาในด้านการท่องเที่ยว กำหนดให้มีการพัฒนาการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพและความยั่งยืน มีธุรกิจบริการต่อเนื่องกับการท่องเที่ยวบริการ สุขภาพและการศึกษาที่ได้มาตรฐาน รวมทั้งผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงตามแนวนโยบาย และแผนของกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) การร่วมดำเนินการตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Gals) หรือ SDG โดยมีกรอบระยะเวลาของแผนปฏิบัติการดังกล่าวสอดคล้องกับระยะเวลาของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) และแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560-2564) ทั้งนี้ ก็เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนอย่างแท้จริงภายใต้การน้อมนำศาสตร์พระราชามาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาที่ให้ประชาชน และชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพทางการท่องเที่ยวตามแนวทางการท่องเที่ยวสร้างสรรค์ รวมไปจนถึงสร้างความเข้มแข็งให้กับการท่องเที่ยวโดยชุมชน และร่วมรับผลประโยชน์อย่างแท้จริงเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนให้เป็นอย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้แต่งตั้งให้ อพท. ทำหน้าที่ผู้ช่วยเลขานุการในคณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวประจำเขตพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนกลาง ประกอบด้วยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนนทบุรี และยังหวัดสิงห์บุรี

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นหนึ่งในจังหวัดของเขตพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนกลาง ซึ่งเป็นอดีตราชธานีของไทยนานกว่า 400 ปี นับเป็นราชธานีที่มีอายุยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติไทย ซึ่งมิได้เป็นเพียงช่วงแห่งความเจริญสูงสุดของชนชาติไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างสรรค์     อารยธรรมของหมู่มวลมนุษยชาติ ซึ่งเป็นที่ประจักษ์แก่นานาอารยประเทศอีกด้วย ในปัจจุบันนี้ยังมีร่องรอยหลักฐานซึ่งแสดงอัจฉริยภาพ และความสามารถอันยิ่งใหญ่ของบรรพบุรุษแห่งราชอาณาจักรผู้อุทิศส่วนตนสร้างสรรค์ความเจริญรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรม และความมั่งคั่งไว้ให้แก่ผืนแผ่นดินไทย หรือแม้แต่ชาวโลกทั้งมวล เป็นดินแดนที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นทั้งด้านกายภาพ ประวัติศาสตร์และอารยธรรม มีโบราณสถานที่ยังคงเหลืออยู่เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความรุ่งเรืองในอดีต องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational Scientific and Culture Organization : UNESCO) โดยคณะกรรมการมรดกโลกได้มีมติรับนครประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีอาณาเขตครอบคลุมอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และเป็นพื้นที่ที่ได้รับการจัดตั้งเป็นอุทยานประวัติศาสตร์มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519 ไว้ในบัญชีมรดกโลกเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2534 ณ กรุงคาร์เทจ ประเทศตูนีเซีย เป็นผลให้จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้ความสนใจเข้ามาเยี่ยมชมตลอดทั้งปี สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ บริเวณเกาะเมืองและพื้นที่โดยรอบ เขตอำเภอพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ พระราชวังหลวง หรือพระราชวังโบราณ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา วัดพระศรีสรรเพชญ์ วิหารพระมงคลบพิตร วัดใหญ่ชัยมงคล วัดไชยวัฒนาราม วัดพนัญเชิงวรวิหาร ป้อมเพชร หมู่บ้านญี่ปุ่น ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา อนุสรณ์สถานแห่งความจงรักภักดี (ทุ่งหันตรา) เป็นต้น ในบริเวณอำเภอบางปะอิน และอำเภอบางไทย เช่น พระราชวังบางปะอิน วัดนิเวศน์ธรรมประวัติ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร บริเวณอำเภอนครหลวง อำเภอท่าเรือ เช่น ประสาทนครหลวง วัดสะตือที่มีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ (นอน) ที่ยาวที่สุด และศิลปหัตถกรรมท้องถิ่น เช่น มีดอรัญญิก เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ บริหารโดยเอกชน ได้แก่ ปางช้างแลเพนียด พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่น ในเขตอำเภอพระนครศรีอยุธยา ตลาดน้ำที่ขึ้นชื่อ ได้แก่ ตลาดน้ำวัดคลองสระบัว ตลาดน้ำวัดท่าการ้อง และตลาดน้ำอโยธยา ในเขตอำเภอพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งการท่องเที่ยวแบบ Night Tour ล่องเรือชมแสงสว่างยามค่ำคืนกับบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา รอบเกาะเมือง ผ่านสถานที่สำคัญ วัด โบราณสถานที่ประดับไฟไว้อย่างงดงาม และชมวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของชาวบ้านริมน้ำ ปัจจุบันจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีวิสัยทัศน์ (Vision) อยุธยาเมืองมรดกโลก เป็นแหล่งเรียนรู้ น่าเที่ยว น่าอยู่ น่าลงทุนโดยมีจุดเน้นทางยุทธศาสตร์ (Positioning) “เป็นแหล่งท่องเที่ยวและเรียนรู้เมืองมรดกโลก บริหารจัดการ เมืองให้น่าอยู่ ส่งเสริมการเกษตรแบบครบวงจร ภาคการผลิต การค้าและบริการที่ใช้นวัตกรรมสร้างสรรค์ และเมืองอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”

เพื่อให้เกิดการบรูณาการด้านการท่องเที่ยวที่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม และเป็นการเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาล อพท.7 ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2562-2564)

วัตถุประสงค์

1) จัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระยะ  3 ปี (พ.ศ. 2562-2564) ให้สอดคล้อง และรองรับกับโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการประกาศพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เพื่อเตรียมความพร้อมในการประกาศพื้นที่พิเศษของ อพท. และร่างพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560-2564) แผนแม่บทโครงการอนุรักษ์และการพัฒนานครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา แผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเที่ยวภายในเขตพัฒนาการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนกลาง พ.ศ. 2560-2564 บูรณาการกับแผนพัฒนาส่วนที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัดและท้องถิ่น เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินการให้สอดคล้องตามนโยบายรัฐบาล

2) จัดทำฐานข้อมูลเรื่องราว (Story Telling) เรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตชุมชนรอบเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา เชื่อมโยงมรดกวัฒนธรรมชุมชน การอนุรักษ์ฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชน

3) จัดทำแนวทางการพัฒนาชุมชนต้นฉบับ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับชุมชนในด้านบริหารจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน รวมถึงแนวทางการพัฒนาการพัฒนาชุมชนต้นแบบ และชุมชนขยายผลในการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนในพื้นที่เชื่อมโยงโดยรอบอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

ขอบเขตการดำเนินงาน

1. การศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลด้านนโยบาย และแผนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

2. การศึกษาและวิเคราะห์สถานภาพและคุณค่าแหล่งมรดกโลก

3. การจัดทำผังทางเลือกการพัฒนาและกำหนดขอบเขตการจัดการพื้นที่ท่องเที่ยว

4. ศึกษาและวิเคราะห์เพื่อจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2562-2564)

5. การศึกษารวบรวมและทบทวนข้อมูล เพื่อทำฐานข้อมูล เรื่องราว (Story Telling) จำนวนไม่น้อยกว่า 10 เนื้อหา/เรื่อง โดยนำเสนอให้ อพท. เป็นผู้คัดเลือก

6. การจัดทำแนวทางการพัฒนาศักยภาพชุมชน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

7. การจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมและประชุมรับฟังความคิดเห็น

8. จัดทำรายงานสรุปผลโครงการจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2562-2564)

ระยะเวลาดำเนินงาน

กำหนดเวลาดำเนินงาน จำนวน 300 วัน